Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
 


ละโว้ หรือ ลพบุร

     เป็นเมืองแห่งความหลากหลายและต่อเนื่องทางวัฒนธรรมยาวนานกว่า
3,000 ปีตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาตร์จนถึงปัจจุบัน ค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร
์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ในส่วนของการสร้างเมืองละโว้นั้น ตามประวัติศาสตร์
ในพงศาวดารโยนก กล่าวว่า ผู้สร้างเมืองละโว้ในสมัย โบราณ คือ
"พระเจ้ากาฬดิษ" ราชโอรสแห่งพระเจ้ากรุงขอมซึ่งสร้างขึ้นใน
พ.ศ. 1002 และเป็นเมืองที่มีความ สำคัญมาตั้งแต่ สมัยทวารวดี

 
 
สมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 11 - 16)

     ละโว้ หรือ ลพบุรีอยู่ใต้อำนาจมอญและขอมจนกระทั่งในตอนต้นของพุทธศตวรรษ
ที่ 19 คนไทยจึงเริ่มมีอำนาจขึ้นในดินแดนแถบนี้ คือช่วงรัชสมัยของพระเจ้าอู่ทอง
ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา

 สมัยกรุงศรีอยุธยา
     ลพบุรีมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง กล่าวคือ พระเจ้าอู่ทองได้โปรดให้พระราเมศวร ราชโอรสองค์ใหญ่ เสด็จมาครองเมืองลพบุรี เมื่อ พ.ศ. 1893 พระราเมศวรโปรดให้สร้างป้อม ขุดคู และสร้างกำแพงเมืองอย่างมั่น คง เมื่อพระเจ้าอู่ทองสวรรคตใน พ.ศ. 1912 พระราเมศวรต้องถวายราชบัลลังก์ให้แก่พระปิตุลาของพระองค์ ซึ่งได้ ชึ้นครองราชย์พระนามว่า "พระบรมราชาธิราชที่ 1" ส่วนพระราเมศวรกลับไปครองเมืองลพบุรีตามเดิม สืบต่อไปจนถึง พ.ศ. 1931 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 เสด็จสวรรคต พระราเมศวรจึงเสด็จขึ้นครองราชย์ ณ กรุงศรีอยุธยาเป็นครั้งที่สอง


ละโว้ หรือ ลพบุร
ี 
  อยู่ใต้อำนาจมอญและขอม จนกระทั่งในตอนต้นของพุทธศตวรรษที่ 19 คนไทยจึงเริ่มมีอำนาจขึ้นในดินแดนแถบนี้ คือช่วงรัชสมัยของพระเจ้าอู่ทองปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา


 

 

สมัยกรุงศรีอยุธยา
     ลพบุรีมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง กล่าวคือ พระเจ้าอู่ทองได้โปรดให้พระราเมศวร
ราชโอรสองค์ใหญ่ เสด็จมาครองเมืองลพบุรี เมื่อ พ.ศ. 1893 พระราเมศวรโปรดให
้สร้างป้อม ขุดคู และสร้างกำแพงเมืองอย่างมั่น คง เมื่อพระเจ้าอู่ทองสวรรคตใน
พ.ศ. 1912 พระราเมศวรต้องถวายราชบัลลังก์ให้แก่พระปิตุลาของพระองค์ ซึ่งได้
ชึ้นครองราชย์พระนามว่า "พระบรมราชาธิราชที่ 1" ส่วนพระราเมศวรกลับไปครอง
เมืองลพบุรีตามเดิม สืบต่อไปจนถึง พ.ศ. 1931 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1
เสด็จสวรรคต พระราเมศวรจึงเสด็จขึ้นครองราชย์ ณ กรุงศรีอยุธยาเป็นครั้งที่สอง

     ภายหลังจากนั้นมา ลพบุรีได้ลดความสำคัญลงไป จนกระทั้งมาถึงในรัชสมัย
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199 - 2231) ลพบุรีได้รับการทำนุบำรุงครั้ง
ใหญ่ สืบเนื่องจาการคุกคามของชนชาติฮอลันดาที่ติดต่อค้าขายกับ ไทย ทำให้
สมเด็จพระนารายณ์ทรงเห็นว่ากรุงศรีอยุธยานั้นไม่สู้ปลอดภัยกับการปิดล้อมระดมยิง
ของข้าศึกหาก เกิดสงคราม จึงได้สร้างเมืองลพบุรีขึ้นมาใหม่ สมเด็จพระนารายณ์
มหาราชทรงได้รับการช่วยเหลือจากชาวฝรั่ง- เศส และอิตาเลียน สร้างพระราชวัง
ป้อมปราการเป็นแนวป้องกันอย่างแข็งแรง

     สมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ประทับอยู่ที่ลพบุรีเป็นส่วนใหญ่ และโปรดให้ทูตและชาวต่างประเทศเข้าเฝ้า พระองค์ที่เมืองนี้หลายครั้ง เมื่อสิ้นรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแล้ว ลพบุรีก็หมดความสำคัญลง สมเด็จพระเพทราชาได้ทรงย้ายหน่วยราชการทั้งหมดกลับกรุงศรีอยุธยา ในรัชกาลต่อ ๆ มา ก็ไม่มีกษัตริย์พระองค์ใดกลับมาประทับที่เมืองนี้อีก

 
 
 

สมัยรัตนโกสินทร์
     ใน พ.ศ. 2406 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดฯ ให้บูรณะเมืองลพบุรี ซ่อมกำแพงเมือง รวมทั้งมีการสร้างพระที่นั่งพิมานมงกุฎในพระราชวัง พร้อมทั้งพระราชทานนามพระราชวังว่า "พระนารายณ์ราชนิเวศน์" ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพิพิทธภัณฑ์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

     ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ลพบุรีได้รับการทำนุบำรุงอีกครั้งสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการวางผังเมืองใหม่ อันเป็นเมืองทหารอยู่ทางทิศตะวันออกของทางรถไฟ ี ลพบุรีจึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองทหาร เพราะมีหน่วยทหารตั้งอยู่ถึง 11 หน่วย ส่วนเมืองเก่านั้นอยู่ทางทิศตะวันตกของทางรถไฟ ลพบุรีในปัจจุบันจึงเป็น "เมืองเศรษฐกิจ เมืองท่องเที่ยว และเมืองทหาร"